Home > What's News > Look & Tips

LOOK & TIPS


 
เทคนิคการแต่งหน้าสำหรับสาวมือใหม่



Make up Artists จาก Covermark แนะนำหญิงสาวที่ก้าวเข้าสู่วัยทำงานทั้งหลายว่าไม่ควรเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยใบหน้าที่ปราศจากสีสัน การแต่งหน้านอกจากจะเสริมสร้างบุคลิกภาพของคุณแล้ว ยังเป็นการดูแลผิวหน้าในระหว่างวัน และให้เกียรติสถานที่ทำงานอีกด้วย สำหรับหญิงสาวมือใหม่ที่ไม่เจนจัดในการระบายสีสัน Make up Artists แนะนำสไตล์การแต่งหน้าแบบ Natural Colors ที่เสริมสร้างผิวสาวให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น และดูอ่อนหวานด้วยสีสันโทนอบอุ่นของสี Peach , Beige Nude หรือ Pink Glow กับ 6 ขั้นตอนพื้นฐาน พร้อมผลิตภัณฑ์ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อผู้หญิงยุคใหม่โดยเฉพาะ

1.บำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่นด้วย Covermark Connecting Base ครีมบำรุงและปรับสภาพผิวให้ชุ่มชื่น นวลนุ่ม พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยค่า SPF 38 PA++

2.ปรับผิวหน้าให้นวลเนียนสดใสด้วย Liquid Foundation รองพื้นเนื้อบางเบา เนียนละเอียด กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับสีผิว และให้ความเป็นธรรมชาติสูง (ใช้พัฟฟองน้ำสำหรับเกลี่ยรองพื้นจะช่วยให้คุณเกลี่ยรองพื้นได้ง่าย ผิวเนียนเรียบ และสีผิวสวยสม่ำเสมอ) จากนั้นใช้ Covermark Moist Lucent Powder แป้งฝุ่นสูตรพิเศษที่ช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื่น เบาสบาย พร้อมควบคุมความมันได้เป็นอย่างดี

3.ดวงตาแนะนำให้ใช้ Covermark Rich Texture Eye อายแชโดว์เนื้อ Shimmer เนียนละเอียด ด้วยเทคนิคพิเศษที่พัฒนาให้เนื้อสีเนียนแน่น เรียบรื่น จึงเกลี่ยได้ง่ายแม้สัมผัสเพียงบางเบา การแต่งดวงตาในชีวิตประจำวันนั้นสำหรับขั้นตอนพื้นฐาน Make up Artists แนะนำให้เลือกสีสันในกลุ่มสีเดียวกันออกมา 3 โทนสี อาทิ สีน้ำตาลอ่อนเจือจาง สีน้ำตาลอมส้ม และสีน้ำตาลเข้ม ระบายสีที่1 (สีที่อ่อนสุด) ให้ทั่วเปลือกตา จากนั้นระบายสีที่2 (สีที่เข้มขึ้น) ไล้จากหางตามาที่บริเวณกึ่งกลางตา ด้วยพู่กัน ให้เนื้อสีกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ และเรียบเนียน แล้วระบายสีที่ 3 (สี่ที่เข้มสุด) บริเวณหางตาไล้เข้ามาที่บริเวณกึ่งกลางตา แต่ ความสูงหรือการกระจายตัวของสีที่3 น้ำหนักสีแค่เสมอแนวขนตาบนเท่านั้นเพื่อสร้างมิติให้ดวงตาดูกลมโตขึ้น จากนั้นปัดมาสคาร่า สำหรับใต้ตาล่างระบายสีที่1 (สีที่อ่อนสุด)บริเวณหัวตาไล้มาจนถึงหางตา ระบายสีที่ 2 (สีที่เข้มขึ้น) บริเวณกึ่งกลางตาไปจนถึงหางตา และระบายสีที่ 3 (สีที่เข้มสุด) ทาบทับบริเวณหางตาอีกครั้ง

4.ในส่วนของคิ้วแนะนำให้คุณใช้แปรงสำหรับปัดคิ้ว แต้มอายแชโดว์สีน้ำตาลระบายไปตามรูปคิ้วที่ได้รับการกันแต่งเรียวคิ้วจาก Make up Artists แล้ว

5.ปัดแก้มด้วย Covermark Rich Texture Blush ซึ่งควรเลือกเฉดสีในทิศทางเดียวกับสีสันของดวงตา เช่นถ้าคุณแต่งตาในโทนสีส้มสว่างผสมสีน้ำตาลบางเบา แก้มก็ควรจะอิ่มเอิบด้วยระเรื่อของสีส้ม จำไว้ว่าสีของแก้มไม่ควรโดดเด่นกว่าสีของดวงตา และควรปัดแก้มจากบริเวณปีกจมูกไล้เบาๆขึ้นไปตามแนวของบริเวณโหนกแก้ม

6.เติมสีสันให้ริมฝีปากด้วย Covermark Reflection Lip เนื้อกลอสชุ่มฉ่ำ แวววาว สี Mirror Shine (ลิปสติกเนื้อกลอสที่มีความชุ่มฉ่ำ แวววาว จะช่วยให้ใบหน้าของคุณดูสดใส และมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น)

การแต่งหน้าขั้นพื้นฐานทั้ง 6 ขั้นตอนไม่มีเทคนิคอะไรที่ซับซ้อน แต่คุณต้องทำเป็นประจำ สม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความชำนาญ ซึ่งจะพัฒนาคุณให้สามารถแต่งหน้าในขั้นตอนอื่นๆ ได้สนุก และสวยสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ได้เวลาลดไขมันใต้ผิวแล้ว



เคยได้ยินคำว่าผิวส้มไหม ฟังดูดีแต่ความจริงผู้หญิงทุกคนกลัวมาก เพราะผิวส้มคือ ลักษณะผิวหนังที่ขรุขระคล้ายเปลือกผลส้ม อันเนื่องมาจากการสะสมของเซล์ลไขมันใต้ชั้นหนังแท้ จนทำให้ผนังเกิดการบิดเบี้ยว และเกิดเป็นรอยตะปุ่มตะป่ำ น่าเกลียด

จากการศึกษาพบว่าผิวส้มมีส่วนเชื่อมโยงกับฮอร์โมนเพศหญิงด้วย ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อมีฮอร์โมนมากกว่าปกติ เช่น เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ขณะตั้งครรภ์ หรือแม้กระทั่งการใช้ยาบางชนิด ทำให้ร่างกายกระตุ้นให้เกิดการเก็บไขมันสำรองไว้บริเวณขาอ่อน สะโพก เป็นต้น การมีผิวส้มไม่ใช้เรื่องที่ดี เพราะจำทำให้เกิดปัญหาในระบบไหลเวียนโลหิตเป็นเหตุให้ระบบแลกเปลี่ยนสารต่างๆ ระหว่างเซล์ลเสียสมดุล โครงสร้างเนื้อเยื่อของเซลล์ใต้ผิวหนังจึงเสื่อมสภาพ ขาดความยืดหยุ่น รวมถึงระบบการกำจัดของเสียบกพร่อง

อาการผิวส้มมี 4 ระยะ
ระยะที่ 1
เมื่อยืนหรือนอนจะไม่พบความผิดปกติของผิวหนัง แต่เมื่อใช้นิ้วบีบจะพบรอยบุ๋ม
ระยะที่ 2
เมื่อยืนหรือนอนอาจพบผิวลักษณะเหมือนผิวส้ม แต่เมื่อใช้นิ้วมือบีบหรือคลำผิวหนังจะเจอไขมันเล็กๆ ลักษณะเหมือนผ้าลูกฟูก
ระยะที่ 3
เมื่อยืนจะพบรอยบุ๋มขนาดใหญ่ขึ้นที่ผิวหนัง แต่จะค่อยๆหายไปเวลานอน ไขมันใต้ผิวหนังมีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆ และสามารถคลำได้ด้วยมือ
ระยะที่ 4
ผิวหนังมีรอยบุ๋มขนาดใหญ่คล้ายผ้าลูกฟูกทั้งเวลายืน หรือนอน มีลักษณะแข็ง และอาจทำให้เกิดอาการปวดในบางครั้ง

เคล็ดลับลดไขมันใต้ผิว เพื่อกำจัดผิวส้มด้วยวิธีธรรมชาติ

1.รับประทานผัก ผลไม้สด วิตะมินซี และวิตะมินอี เพราะจะช่วยให้ผิวหนังกระชับขึ้น
2.เสริมสร้างการไหลเวียนของโลหิตด้วยการรับประทานอาหารที่มีกรดไขมัน เช่น น้ำมันตับปลา ถั่ว หรือเมล็ดพืช
3.ทานอาหารประเภทโปรตีนที่มีไขมันต่ำเป็นประจำ ลดอาหารมันและหวาน รวมถึงอาหารที่ผ่านการปรุงแต่ง เพราะจะเพิ่มสารอนุมูลอิสระทำให้ผิวหนังหย่อนยาน และเกิดริ้วรอย
4.ดื่มน้ำสะอาดแก้วโตๆ 8- 10 แก้วทุกวันเพื่อล้างพิษออกจากเนื้อเยื่อ ทานผักผลไม้หรือเครื่องดื่มสมุนไพร เพื่อกระตุ้นระบบขับถ่ายให้เป็นไปอย่างปกติเพื่อช่วยลดการสะสมของไขมัน
5.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการเผาผลาญพลังงาน กระตุ้นระบบการไหลเวียนของโลหิตทำให้ผิวหนังเปล่งปลั่งสดใสขึ้น

เสริมแคลเซียมกันให้ถูกวิธี
  คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า การรับประทาน นม โยเกิร์ต หรือเนยแข็ง ใน 1-2 มื้ออาหารก็เพียงพอกับปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน แต่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพกระดูกแนะนำว่า การให้แคลเซียมแก่ร่างกายที่ถูกวิธีควรรับประทานผักใบเขียว พืชสมุนไพร ถั่ว น้ำสลัด และน้ำแร่ด้วย เพราะเนื้อสัตว์ถึงแม้จะมีแคลเซียม แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระดูกแข็งแรง เพราะมีฟอสฟอรัสในปริมาณสูง ซึ่งจะสลายแคลเซียมหรือยับยั้งการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้ และการรับประทานอาหารประเภทโปรตีนมากเกินไปยังทำให้ร่างกายมีกรดเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้กระดูกสูญเสียแร่ธาตุต่างๆ นอกจากนี้เครื่องดื่มที่มีสีดำก็มีฟอสฟอรัสสูง บุหรี่ แอลกอฮอล์ และคาเฟอีน ก็ทำร้ายร่างกายโดยการขโมยแคลเซียมจากตัวเราไป และที่สำคัญก็คือในแต่ละวันร่างกายของเราควรได้รับวิตะมินดี อย่างเพียงพอด้วย เช่นได้รับแสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้าก็จะช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้น
เกล้าผมให้สวยในวันพิเศษ
 

ถ้าคุณต้องเกล้าผมไปงานปาร์ตี้ แฮร์สไตล์ลิสท์ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการสระผมก่อนวันงานสำคัญหนึ่งวัน เพราะผมที่มีน้ำมันตามธรรมชาติจะเกล้าได้ง่าย อยู่ทรง มีลอนผมที่สวยเป็นธรรมชาติกว่าผมที่สะอาด เบานุ่มและลื่นสลวย ควรให้ช่างผมได้ทดลองเกล้าผมในแบบที่คุณชื่นชอบก่อนวันงาน หรือมีเวลาเผื่อไว้เพื่อแก้ไขปรับเปลี่ยนถ้าแบบผมที่เลือกไม่เหมาะกับรูปหน้า และเสื้อผ้าที่ควรจะสวมใส่ และถึงแม้ว่าการเกล้าผมโดยช่างผู้ชำนาญจะออกมาสวยสมบูรณ์แบบ แต่แฮร์สไตล์ลิสท์แนะนำให้คุณพกกิ๊ปสีดำตัวเล็กๆ และยางลัดผมขนาดจิ๋วสีดำติดตัวไว้ด้วย เพราะสถานการณ์ข้างหน้าอาจเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผมสวยหลุดล่วงโดยไม่คาดคิด คุณจะได้รับมือแก้ไขความสวยแบบเร่งด่วนได้

ทาลิปสติกให้สวยสำหรับสาวริมฝีปากหนา และอวบอิ่ม
 

เมคอัพอาร์ตทิสต์แนะนำว่า สาวที่มีริมฝีปากหนา และอวบอิ่ม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ลิปสติกโทนสีสด เข้มข้น ดินสอเขียนขอบปาก และลิปกรอสที่มีเนื้อชุ่มฉ่ำ แวววาวระยิบระยับ เพราะทั้ง 3 สิ่งที่กล่าวมาจะยิ่งทำให้ริมฝีปากของคุณดูใหญ่และอวบอ้วนขึ้นไปอีก ส่วนวิธีที่จะทำให้ริมฝีปากของคุณดูสวยเย้ายวน และแลดูเล็กลง คือเลือกทาลิปสติกโทนสีอ่อน และอบอุ่น เนื้อ Matt ที่มีความเนียนเรียบ อาจเพิ่มความชุ่มฉ่ำให้ริมฝีปากเล็กน้อยด้วยลิปกรอสใส โดยทาแค่บริเวณกึ่งกลางริมฝีปากบนและล่าง สำหรับการแต่งหน้า เมคอัพอาร์ตทิสต์แนะนำให้เน้นดวงตาเป็นพิเศษ เพราะดวงตาที่กลมโต คมเข้ม จะทำให้ริมฝีปากที่มีสีอ่อนโยนดูสวยลงตัวยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้จากสาวที่เคยมีริมฝีปากเจ้าปัญหา ก็กลายเป็นสาวที่มีริมฝีปากอิ่มสวย โดดเด่น ชวนมอง

ลดเลือนริ้วรอยหมองคล้ำรอบดวงตา
 

เพราะผิวบริเวณรอบดวงตานั้นบอบบาง และเต็มไปด้วยเส้นโลหิตฝอยจึงเกิดรอยหมองคล้ำ และริ้วรอยเล็กๆ ได้ง่าย สาเหตุที่ทำให้รอยหมองคล้ำมาเยี่ยมเยือนรอบดวงตาคือการพักผ่อนน้อย สูบบุหรี่ นอกจากนั้นยังเกิดจากกรรมพันธุ์ โรคภูมิแพ้ และผิวขาดความชุ่มชื่น ทางแก้คือ พักผ่อนให้เพียงพอ งดสูบบุหรี่ ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ และควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของ Collagen Retinol A ซึ่งเป็น Retinol บริสุทธิ์ ช่วยให้ความชุ่มชื่น และลดรอยหมองคล้ำให้แลดูจางลงได้

น้ำเย็นช่วยให้รูขุมขนเล็กลงจริงหรือ
 

ผู้หญิงหลายคนเชื่อว่าการล้างหน้าด้วยน้ำเย็น จะทำให้รูขุมขนบนใบหน้าเล็กลงได้

ความจริงแล้วการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นช่วยให้ผิวสดชื่น และรูขุมขนกระชับขณะที่ผิวโดนความเย็นเท่านั้น แต่ไม่มีผลทำให้รูขุมขนเล็กลง เพราะลักษณะผิวของแต่ละคนเกิดจากกรรมพันธุ์จึงมีความแตกต่างกัน วิธีที่ช่วยให้รูขุมขนกระชับ และแลดูเล็กลงคือการใช้ Toning lotion หลังการล้างหน้า โดยเช็ดย้อนรูขุมขนอย่างเบามือ การใช้ Toning lotion เช็ดหน้านอกจากจะช่วยให้รูขุมขนกระชับ และแลดูเล็กลงแล้ว ยังช่วยให้ผิวสะอาด ชุ่มชื่น และเรียบเนียนขึ้นอีกด้วย

อายุของเครื่องสำอางที่ผู้หญิงต้องรู้


เครื่องสำอางทุกชนิดล้วนมีอายุการใช้งาน การเก็บรักษาเครื่องสำอางอย่างดีจะช่วยเพียงยืดระยะเวลาการใช้งานให้ยาวขึ้นอีกเล็กน้อย มาดูกันว่าเครื่องสำอางแต่ละประเภทมีอายุการใช้งานสั้นยาวต่างกันแค่ไหน

Foundation ครีมรองพื้นจะมีอายุ 1 ปีหลังเปิดใช้ หากพบว่าเนื้อรองพื้นเริ่มแยกออกจากกัน เปลี่ยนสี หรือมีกลิ่นแปลกๆ โยนลงถังขยะได้เลย

Lipstick ลิปสติกมีอายุประมาณ 1 ปีครึ่งหลังเปิดใช้ ถ้ามีกลิ่นแม้เพียงเล็กน้อยแสดงว่าหมดอายุเรียบร้อยแล้ว

Mascara มาสคาร่ามีอายุการเพียง 4-6 เดือนเท่านั้น หากมาสคาร่าแข็งตัว หรือแห้ง ควรหาซื้อแท่งใหม่ได้แล้ว

Eyeshadow & Eyeliner อายแชโดว์ และอายไลเนอร์ มีอายุ 1 ปีหลังเปิดใช้ หากเนื้ออายแชโดว์ที่เนียนนุ่มเริ่มเป็นขุย และอายไลเนอร์เริ่มแห้ง หรือเหนียวข้น ควรหยุดใช้ทันที

Blush&Powder แป้งและบลัชออนมีอายุ 1 ปีหลังเปิดใช้ สังเกตว่าถ้าสีแป้งเริ่มเปลี่ยน และเนื้อแป้งเริ่มไม่เกาะตัวแสดงว่าถึงเวลาอำลาแล้ว

เมื่อรู้อายุของเครื่องสำอางแล้วก็อย่าเสียดายเมื่อมันส่งสัญญานเตือนให้ต้องทิ้ง เพราะถ้ายังฝืนใช้อันตรายที่ตามมาอาจทำให้ผิวคุณต้องเสียเงินก้อนโตเพื่อเยียวยาซึ่งมันไม่คุ้มเลย

เทคนิคดัดขนตาให้งอนสวยถึงขีดสุด



สีสันสดใสของอายแชโดว์ไม่สามารถทำให้ดวงตาของคุณโดดเด่นได้ ถ้าไร้การดัดขนตา และปัดมาสคาร่า ผู้หญิงหลายคนมีปัญหาเรื่องการดัดขนตา ยิ่งดัดขนตาก็ยิ่งหักงอ ปัดมาสคาร่าไม่ได้ดั่งใจ แถมรู้สึกเจ็บอีกต่างหาก ผลลัพธ์ที่เป็นลบจากการดัดขนตาเกิดจากคุณดัดขนตาผิดวิธี เมคอัพอาร์ตทิสต์แนะนำวิธีดัดขนตาให้งอนสวยได้ดั่งใจ ช่วยให้การ ปัดมาสคาร่างอนยาวถึงขีดสุดไว้ว่า ต้องดัด 3 Step


Step 1 ดัดขนตาให้ชิดบริเวณโคนของแนวเส้นขนตามากที่สุด

Step 2 ดัดขนตาบริเวณกึ่งกลางแนวเส้นขนตา

Step 3 ดัดขนตาบริเวณเกือบปลายแนวเส้นขนตา

ทุกครั้งที่ดัดขนตาควรกดย้ำเบาๆ ซ้ำสัก 2 ครั้งในทุก Step โดยทิ้งน้ำหนักการกดให้สม่ำเสมอ และที่สำคัญต้องเลือกใช้ที่ดัดขนตาที่มีคุณภาพด้วย

1 | 2